สถานที่น่าท่องเที่ยวในประเทศประเทศอินเดีย

ทัชมาฮาลสถานที่ที่น่าไปเมื่อมาเยี่ยมประเทศอินเดีย ทัชมาฮาลสามารถเรียกอีกชื่อนึงว่า อนุสรณ์สถานที่ความรักเป็นอนุสรณ์สถาน ตั้งอยู่ที่เมืองอัครา ริมฝั่งแม่น้ำยมุ


ทุ่งนา ในประเทศประเทศอินเดีย เป็นสถานที่ที่จัดอยู่ในพวก 7 สิ่งอัศจรรย์ของโลก เป็นหลุมฝังศพหินอ่อนสีขาว หินแลง เสริมแต่งดับด้วยเครื่องเพชร พลอย หิน โมรารวมทั้งเครื่องเพชรพลอยจากมิตรในแต่ละประเทศ กว้างรวมทั้งยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร รอบๆข้างหน้ามีทัชมาฮาลมีสนามที่กว้าง มีทางเดินสู่ตึก 4 ทาง มีน้ำพุและก็สระเรียงยาว ใช้เวลาสำหรับในการสร้างถึง 22 ปี ตามแบบสถานที่ปัตชูรรมโมกุลของประเทศอินเดียและก็อาหรับอิหร่านนมุสลิม ใช้ช่างรวมทั้งคนงานการผลิตสูงถึง 20,000 คน ทุกรูปร่างของป่าช้ามีความสมมาตรในทุกๆส่วนและก็วิจิตรบรรจงงดเว้นงานที่สุด ถูกผลิตขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพัตราธิราชชาห์ ชะฮัน ผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของท่าน นามว่า มุมตัซ มาฮาล ซึ่งสินพระชนมพรรษา ภายหลังการให้กำเนิดผู้สืบสกุลผู้ที่ 14 เพียงแค่ 60 นาที การเสียชีวิตของพระมเหสีที่เป็นสุดที่รักมากมายที่อยู่รับประทานร่วมกันมาถึง 18 ปี ทำให้สมเด็จพระจักรพัตราธิราชชาห์ ชะฮัน เศร้าอยู่ถึง 2 ทศวรรษ ราชสมบัติส่วนมากของท่านหมดไปกลับการผลิตอนุสรณ์สถานที่ความรักของทั้งคู่ ภายหลังสร้างทัชมาฮาลเสร็จในปี คริสตศักราช 1658 พระบุตรชายองค์ที่ 1 นามว่า ออรังเซบ ได้มีความคิดเห็นว่าพระพ่อใช้เงินทองไปๆมาๆกมายมากมาย ก็เลยได้คิดชิงบัลลังก์จากพระพ่อแล้วได้จับสมเด็จพระจักรพัตราธิราชชาห์ ชะฮัน ไปจองจำในป้อมอัครา สมเด็จพระจักรพัตราธิราชชาห์ ชะฮัน ทำเป็นเพียงแต่ยืนเขย่าเท้ามองดูมายังทัชมาฮาลรวมทั้งรำพึงรำพันถึงพระมเหสีมุมตัซ มาฮาล ผ่านกรงเหล็กที่ถูกขังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกๆวันเป็นระยะเวลานานถึง 8 ปี แล้วก็ได้สวรรคตลงในช่วงคริสตศักราช 1666 หากแม้ยามที่ท่านสินอายุเวลาก่อนท่านสิ้นบุญ ก็ยังดูมาที่อนุสรณ์สถานที่นี้ โดยที่มือยังคงจัดกรงเหล็กไว้ ก่อนตายดวงใจในที่สุด พระศพของท่านได้ถูกเอามาตั้งไว้ภายในทัชมาฮาลเคียงคู่พระมเหสีที่ท่านทรงรักนิรันดร ตอนนี้ ทัชมาฮาลจะสวยมาในตอนดวงอาทิตย์ขึ้นและก็ดวงอาทิตย์ตกเพราะเหตุว่าแสงสว่างจากดวงตะวันส่องมากมายระทบกับหินอ่อนสีขาวนวลเป็นภาพที่ติดตึงใจมาก แม้มาท่องเที่ยวประเทศอินเดียแล้วไม่มาดูทัชมาฮาลที่ยอดเยี่ยมในสิ่งมหัจรรย์แล้วหลังจากนั้นก็คงมาไม่ถึงแน่ๆ

 

 

Author: Don Foster